- 🇰🇷 이 포스팅은 한국어로 작성된 후기를 번역기를 통해 번역하였으니 오역이 있을 수 있습니다.
- 🇺🇸 This post was written in Korean and machine-translated, so there may be translation errors.
- 🇯🇵 この記事は韓国語で書かれ、機械翻訳されたため、誤訳の可能性があります。
- 🇹🇭 โพสต์นี้เขียนเป็นภาษาเกาหลีและแปลโดยเครื่องมือแปลภาษา อาจมีข้อผิดพลาดในการแปล
- 🇨🇳 本文用韩语撰写并通过机器翻译,可能存在误译。
- 🇹🇼 本文以韓語撰寫並經機器翻譯,可能會有翻譯錯誤。
- 🇭🇰 本文原以韓文撰寫,經由翻譯軟體翻譯,內容可能會有偏差。
- 🇩🇪 Dieser Beitrag wurde auf Koreanisch verfasst und maschinell übersetzt; Fehler sind möglich.
การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว ที่ไอโนะคุระ: คืนเดียวที่ทำให้ลืมไม่ลง!
เวลาที่หลายคนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการไปเที่ยว การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว พวกเขามักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ค่ะ.
✔️ หมู่บ้านจะคนเยอะวุ่นวายเหมือนชิราคาวาโกะหลักไหมนะ?
✔️ ถ้าไปพักบ้านกัสโช-ซึคุริจริง ๆ จะหนาวมากจนนอนไม่หลับหรือเปล่า?
✔️ การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านที่ห่างไกลแบบนี้จะลำบากมากไหมนะ?
สรุปง่าย ๆ เลยนะคะว่า ทริปนี้มีคำตอบให้กับทุกความกังวลเลยค่ะ.
สถานที่ที่ตอบโจทย์ความสงบและประสบการณ์แบบดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบก็คือ การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว ที่หมู่บ้านไอโนะคุระนี่เองค่ะ!! ตามมาดูกันเลยว่าทำไมถึงประทับใจขนาดนี้.
📍 ที่ตั้ง: Ai-no-kura, Nanto, Toyama 939-1914, Japan (หมู่บ้านไอโนะคุระ)
🕒 เวลาทำการ: เช็คอิน 15:00 / เช็คเอาท์ 10:00 (เวลาพิพิธภัณฑ์ 08:30 – 17:00)
📌 เหตุผลที่โด่งดัง: เป็นมรดกโลกที่มีบ้านกัสโช-ซึคุริ 20 หลังตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอย่างเงียบสงบ. เป็นทางเลือกที่สงบกว่าชิราคาวาโกะหลัก.
🗺️ แผนที่ Google Map:
📌 จุดเด่น: สามารถพักค้างคืนในบ้านกัสโช-ซึคุริของจริง พร้อมลิ้มลองอาหารเตาอิโรริแบบดั้งเดิมได้.
📌 ประโยชน์ที่ได้รับ: ได้สัมผัสบรรยากาศชนบทญี่ปุ่นดั้งเดิมที่แท้จริง ไม่มีการค้าขายมากเกินไป ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสุด ๆ.
การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว สู่ไอโนะคุระที่แสนสงบ
เราเดินทางมาถึงป้ายรถเมล์ ‘ไอโนะคุระกุจิ’ ประมาณบ่ายสองโมงครึ่งค่ะ.
หมู่บ้านเงียบสงบมาก ๆ จนคนที่ลงจากรถเมล์มีแค่เราและนักท่องเที่ยวอีกแค่ 2-3 กลุ่มเองค่ะ.
ก่อนที่จะนำสัมภาระไปเก็บ เราก็มุ่งหน้าไปจุดชมวิวเพื่อมองภาพรวมของหมู่บ้านก่อนเลยค่ะ.
ทางขึ้นเนินค่อนข้างลื่นเพราะหิมะจับตัวเป็นน้ำแข็ง แต่ก็คุ้มค่าที่ได้ลุยขึ้นไปนะคะ.
พอปีนขึ้นเนินที่ชันพอสมควรไปได้ประมาณ 5 นาทีเท่านั้นแหละ บ้านกัสโช-ซึคุริที่เรียงรายอยู่ด้านล่างก็ปรากฏแก่สายตาเราแบบเต็ม ๆ เลยค่ะ.
โอ้โห! เป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นใจมาก ๆ เลยค่ะ.
เราหลงใหลในความงามของที่นี่มากจนระหว่างที่พักอยู่ ต้องขึ้นลงเนินนี้ถึงสามรอบแน่ะค่ะ ทำให้ขาตึงไปหมดเลยค่ะ 🙂 ㅎㅎ





การพักผ่อนในบ้านโบราณที่ยังคงมีชีวิต
ขณะที่เดินเล่นสำรวจหมู่บ้าน เราได้เห็นบ้าน ‘กัสโช-ซึคุริดั้งเดิม’ ที่เขาบอกว่าเป็นต้นแบบของบ้านทรงนี้ด้วยค่ะ.
มันดูเหมือนเต็นท์หลังเล็ก ๆ ที่มีแค่หลังคาแตะพื้น แต่ก็ทำให้เรานึกถึงความแข็งแรงทนทานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสู้กับธรรมชาติอันโหดร้ายได้ดีเลยค่ะ.
พอเปรียบเทียบกับบ้านที่พัฒนาขึ้นมาในยุคต่อ ๆ มา ก็เห็นได้ชัดเลยว่าสถาปัตยกรรมเหล่านี้พัฒนาไปสู่ความใหญ่โตและสวยงามมากขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ.
ที่น่าสนใจคือเราเห็นเครื่องปรับอากาศและจานดาวเทียมติดตั้งอยู่ตามบ้านทุกหลังเลยค่ะ ทำให้รู้สึกสบายใจแปลก ๆ ที่เห็นว่าชาวบ้านก็ยังคงใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่ควบคู่ไปกับการรักษาประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างมั่นคง.
พวกเขายังคงใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งภายใต้หลังคาที่แข็งแกร่งนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม.
และแน่นอนว่า นี่คือหัวใจสำคัญของ การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว จริง ๆ ค่ะ.





ประสบการณ์ค้างคืนในมินชุกุ ‘โชอุชิจิ’
ที่พักของเราในคืนนี้คือ ‘โชอุชิจิ’ ค่ะ ซึ่งเป็นมินชุกุ (บ้านพักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม) ทรงกัสโช-ซึคุริ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของโกกะยามะ.
ที่นี่รับแขกแค่วันละสองกลุ่มเท่านั้น ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมาก ๆ เลยค่ะ.
ถึงแม้ภายนอกจะดูเป็นบ้านโบราณ แต่ภายในก็มีการปรับปรุงอย่างดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครันเลยค่ะ.
ห้องพักของเรากว้างถึง 10 เสื่อทาทามิเลยนะคะ! อากาศข้างนอกหน้าต่างหนาวมาก แต่ภายในห้องกลับอุ่นสบายมาก ๆ เลยค่ะ.
แต่ที่ต้องเกร็งนิดหน่อยคือผนังกั้นระหว่างห้องเป็นแค่ประตูบานเลื่อนกระดาษ (ฟุสุมะ) ทำให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของห้องข้าง ๆ เลยค่ะ.
เราเลยต้องใส่หูฟังและใช้เวลาอย่างเงียบ ๆ ในยามค่ำคืน แต่ก็นับเป็นประสบการณ์ที่ได้รู้สึกเหมือนเป็นตัวเอกในนิทานพื้นบ้านเก่าแก่เลยค่ะ 🙂
นี่คือความพิเศษของการมาเที่ยว การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว เลยนะคะ.




ดินเนอร์สุดอลังการรอบเตาอิโรริ (Irori)
เวลาอาหารเย็นที่รอคอยมาถึงแล้วค่ะ เรานั่งล้อมรอบเตาอิโรริ (เตาผิงพื้น) และลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโกกะยามะ.
กลิ่นหอมของปลาชาราสาราย่างเกลือที่กำลังสุกอยู่ข้างเตาอิโรริอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้อยากอาหารสุด ๆ เลยค่ะ.
ทั้งเทมปุระผักป่าที่ทอดใหม่ ๆ อุด้งฮิมิที่เหนียวนุ่ม และที่เด็ดสุดคือ ‘โทจิโมจิ (โมจิลูกโอ๊ก) ทอด’ ที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อนเลยค่ะ เป็นอาหารจากภูเขาที่อุดมสมบูรณ์จริง ๆ ค่ะ.
โดยเฉพาะ ‘คาบุระ ซูชิ (ซูชิหัวผักกาด)’ ของโทยามะที่เป็นของขึ้นชื่อ มีรสชาติหมักดองที่ลงตัวกับความกรุบกรอบของหัวผักกาด กินแค่คำเดียวก็อิ่มแปล้แล้วค่ะ.
เรามีความสุขมากกับการได้ลิ้มรสอาหารชนบทที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก ซึ่งหาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ตักกินจนเกลี้ยงทุกจานเลยค่ะ.
การมา การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว ครั้งนี้คุ้มค่าเพราะอาหารจริง ๆ ค่ะ.





ค่ำคืนอันเงียบสงบพร้อม ‘เครื่องทำความร้อนถ่านหิน’
หลังอาหารเย็น เราออกมาเดินเล่นดูหมู่บ้านยามค่ำคืนที่สลัว ๆ ด้วยแสงไฟค่ะ.
เจ้าของบ้านบอกว่า ในฤดูหนาวหน้าต่างชั้นสองจะเปิดไม่ได้เพราะอากาศหนาวมาก จึงมักจะตั้งเวลาเปิดไฟไว้เฉย ๆ ค่ะ.
ทำให้หมู่บ้านทั้งหมดดูเหมือนส่องสว่างด้วยโคมไฟที่อบอุ่นเลยนะคะ.
แม้ว่าหิมะจะตกน้อยไปหน่อยสำหรับเดือนมกราคม แต่บ้านกัสโช-ซึคุริที่เปียกฝนก็ยังคงสร้างทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์ไปอีกแบบค่ะ.
บนที่นอนมี ‘หม้ออุ่นถ่านหิน (มาเมตัน อันกะ)’ ที่เราไม่ได้เห็นมานานมากวางอยู่ด้วยค่ะ.
ความอบอุ่นที่ขึ้นมาจากปลายเท้าทำให้เรานอนหลับลึกสบายสุด ๆ เลยค่ะ.
แม้ว่าเราจะตื่นขึ้นมาจากการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเล็กน้อยในช่วงเช้ามืด แต่เราก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบของหมู่บ้านได้อีกครั้งค่ะ 🙂
ประสบการณ์นี้จะทำให้คุณลืมไม่ลงเลยในการ การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว.





ตื่นมาเจอภาพหมู่บ้านในสายหมอกยามเช้า
เช้าวันรุ่งขึ้นเวลา 7 โมงเช้า เราออกไปเดินเล่นยามเช้ามืดอย่างเงียบ ๆ ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับแขกที่พักค้างคืนเท่านั้นค่ะ.
หมู่บ้านทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยหมอกยามเช้าหนาแน่น จนดูเหมือนเป็นหมู่บ้านของเซียนในฝันเลยค่ะ สวยงามและน่าหลงใหลสุด ๆ.
ไอน้ำลอยขึ้นเหนือหลังคามุงจาก และควันจากการทำอาหารเช้าก็ลอยขึ้นมาจากปล่องไฟ ดูเป็นภาพที่สงบสุขเหลือเกินค่ะ.
เราปีนขึ้นไปบนจุดชมวิวอีกครั้งเพื่อมองดูหมู่บ้านที่หมอกเริ่มจางลงทีละน้อย และเก็บภาพที่ล้ำค่าที่สุดของการ การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว ไว้ในความทรงจำค่ะ.
บ้านกัสโช-ซึคุริที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าและทุ่งหิมะเป็นทิวทัศน์ที่น่าจดจำจริง ๆ ค่ะ 🙂





เคล็ดลับสำหรับ การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว (ไอโนะคุระ)
หลังจากการเช็คเอาท์ที่น่าเสียดาย เรานั่งรถบัสกลับไปยังสถานีโจฮานะ แล้วเดินทางต่อไปยังสถานีโทยามะค่ะ.
การปิดท้ายทริปที่ดีที่สุดก็คืออาหารทะเลของโทยามะนี่แหละค่ะ!
เราสั่งปลาบุริ (ปลาแฮมมอน) ซาชิมิสด ๆ และ ‘โทยามะมันบอล’ ซึ่งเป็นปลาเนื้อทอดจากร้านอาหารในบริเวณสถานีค่ะ.
ความมันของปลาบุริที่ละลายในปาก ผสมผสานกับบอลปลาทอดเนื้อแน่น ๆ มันช่างเข้ากันได้ดีจนวางตะเกียบไม่ลงเลยค่ะ แม้ว่าจะอิ่มแล้วก็ตาม.
เราซดซุปมิโซะอุ่น ๆ ที่มีเศษปลาก้นหม้อ (ซาดาริ) เพื่อคลายความเหนื่อยล้า และทบทวนความทรงจำของการเดินทางในครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ.
เป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ ค่ะ ที่ได้สัมผัสประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของโกกะยามะ ความงามของสายหมอกยามเช้า และรสชาติอร่อยของโทยามะ.
ถ้าใครวางแผน การเดินทางในหมู่บ้านหิมะกัสโช-ซึคุริในฤดูหนาว แนะนำที่นี่เลยนะคะ.
[เคล็ดลับที่คุณต้องรู้]
- วิวหลักล้าน: ถ้าอยากเห็นภาพรวมของหมู่บ้านทั้งหมด ให้ขึ้นไปบนเนินข้างลานจอดรถค่ะ. ถึงแม้จะต้องเดินขึ้นทางชันประมาณ 5 นาที แต่รับรองว่าคุ้มค่ามาก ๆ ค่ะ!
- ตัวช่วยคลายหนาว: ถ้าพักค้างคืนในบ้านกัสโช-ซึคุริ ลองขอ ‘หม้ออุ่นถ่านหิน (มาเมตัน อันกะ)’ ดูนะคะ. มันจะช่วยให้เท้าอุ่นและทำให้คุณหลับสบายตลอดคืนท่ามกลางความหนาวเหน็บในฤดูหนาวเลยค่ะ.
- เสบียงสำคัญ: ในหมู่บ้านไอโนะคุระไม่มีร้านสะดวกซื้อนะคะ. ควรเตรียมขนมหรือเครื่องดื่มที่จำเป็นให้พร้อมก่อนเข้ามาในหมู่บ้านจะดีที่สุดค่ะ.
- รถไฟชมวิว: เวลาออกจากหมู่บ้านไปสถานีโจฮานะ ลองตรวจสอบวันให้บริการของรถไฟท่องเที่ยว ‘เบลเลอมอนต้า’ ล่วงหน้า และลองจองที่นั่งดูนะคะ 🙂
🌍 View in other languages
https://matotour.com/?p=5838
https://matotour.com/?p=5833
https://matotour.com/?p=5832
https://matotour.com/?p=5831
https://matotour.com/?p=5837
https://matotour.com/?p=5836
https://matotour.com/?p=5830