- 🇰🇷 이 포스팅은 한국어로 작성된 후기를 번역기를 통해 번역하였으니 오역이 있을 수 있습니다.
- 🇺🇸 This post was written in Korean and machine-translated, so there may be translation errors.
- 🇯🇵 この記事は韓国語で書かれ、機械翻訳されたため、誤訳の可能性があります。
- 🇹🇭 โพสต์นี้เขียนเป็นภาษาเกาหลีและแปลโดยเครื่องมือแปลภาษา อาจมีข้อผิดพลาดในการแปล
- 🇨🇳 本文用韩语撰写并通过机器翻译,可能存在误译。
- 🇹🇼 本文以韓語撰寫並經機器翻譯,可能會有翻譯錯誤。
- 🇭🇰 本文原以韓文撰寫,經由翻譯軟體翻譯,內容可能會有偏差。
- 🇩🇪 Dieser Beitrag wurde auf Koreanisch verfasst und maschinell übersetzt; Fehler sind möglich.
จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ: เส้นทางมหัศจรรย์ในแดนหิมะฮอกไกโด!
เวลาที่หลายๆ คนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ.
พวกเขามักจะกังวลเกี่ยวกับ:
- ✔️ ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้างถึงจะถ่ายภาพท่ามกลางหิมะตกหนักได้สวยคะ?
- ✔️ จะเดินทางไปยังจุดถ่ายรูปดังๆ ที่มีรถจำกัดการเข้าถึงตอนเช้ามืดได้อย่างไร?
- ✔️ ถ้าไปช่วงหน้าหนาวจะเจอสัตว์ป่าอย่างกระรอกหรือนกฮูกไหมนะ?
“สรุปแล้ว, การวางแผนเส้นทางถ่ายรูปให้คุ้มค่าและหลีกเลี่ยงฝูงชนในบิเอะช่วงหน้าหนาวนั้นสำคัญมากค่ะ.”
“สถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมดนี้ได้อย่างลงตัวก็คือ จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ นี่เองค่ะ!! เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะคะว่าทำไมถึงน่าไปขนาดนี้.”
📍 ที่ตั้ง: 1-chōme-4-5 Omachi, Biei, Kamikawa District, Hokkaido 071-0204, Japan
🕒 เวลาทำการ: เช็คอิน: 15:00 / เช็คเอาท์: 10:00
📌 เหตุผลที่โด่งดัง: เป็นเส้นทางที่ช่างภาพเลือกใช้ ‘Phottage Inn Biei’ เป็นฐานหลักในการออกไปถ่ายภาพทิวทัศน์หิมะอันน่าทึ่งในบิเอะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายภาพ Blue Pond Light Up และต้นคริสต์มาสที่ปกคลุมด้วยหิมะ.
🗺️ แผนที่ Google:
📌 จุดเด่น: หากโชคดีในช่วงฤดูหนาว อาจได้พบกับสัตว์ป่าหายาก เช่น กระรอกฮอกไกโด (Ezo-Risu) หรือนกฮูกค่ะ.
📌 ข้อควรระวัง: สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก และจุดถ่ายภาพยอดนิยม เช่น ต้นคริสต์มาส มีการจำกัดรถยนต์หลัง 9 โมงเช้า ดังนั้นต้องไปแต่เช้ามืดเพื่อหลีกเลี่ยงคนเยอะนะคะ.
Phottage Inn Biei: ฐานทัพหลักสำหรับนักล่าแสงในฮอกไกโด
ทำไมที่พักแห่งนี้ถึงเป็นที่รักของช่างภาพ?
ชื่อที่พัก Phottage Inn Biei มาจากการรวมคำว่า ‘Photo’ (ภาพถ่าย) และ ‘Cottage’ (กระท่อม) ค่ะ.
สมกับชื่อเลย ที่นี่คือเหมือนแคมป์หลักที่รวบรวมช่างภาพจากทั่วโลกที่มาตามล่าแสงสวยๆ ในบิเอะเลยค่ะ.
ห้องพักสะอาด ตกแต่งด้วยโทนสีขาวที่ดูสบายตามากๆ.
เขายังมีเครื่องซักผ้าและห้องครัวสำหรับแขกที่พักระยะยาวด้วยนะ ดีงามสุดๆ ไปเลยค่ะ.
ทำเลที่ตั้งก็ใกล้สถานี Biei ทำให้เดินทางสะดวกมาก.
และที่สำคัญที่สุด คือข้อมูลการถ่ายภาพในพื้นที่ที่เขาแชร์กันที่ล็อบบี้เนี่ยแหละค่ะ ที่มีประโยชน์ต่อช่างภาพอย่างเรามากๆ เลย.





วันที่ 1: จากหิมะตกหนักสู่โลกแฟนตาซีแห่งแสงไฟ
หลังจากลงเครื่องที่สนามบินอาซาฮิคาวะและเช่ารถแล้ว.
สิ่งแรกที่เราทำคือไปขอพรที่ศาลเจ้า Biei เพื่อให้ทริปถ่ายภาพครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ.
อย่างที่พยากรณ์อากาศแจ้งไว้ทั้งสัปดาห์ว่าจะมีแต่หิมะและเมฆ บิเอะก็กลายเป็นดินแดนหิมะหนาหนักจริงๆ ค่ะ.
พอขึ้นไปบนเนิน Shinet (ชินเอ) ก็รู้สึกท้อแท้นิดหน่อยเพราะพายุหิมะทำให้มองไม่เห็นแม้แต่สันเขาของภูเขา Daisetsuzan เลยค่ะ.
เพื่อคลายหิว เราเลยไปร้าน ‘UNCLE PEPPERY’ ที่อาซาฮิคาวะ.
แกงกะหรี่สไปซ์ที่โปะด้วยหอยนางรมทอดตัวโตๆ เนี่ย อร่อยล้ำเลิศจนช่วยเยียวยาจิตใจได้เลยค่ะ.
รสชาติมันลึกซึ้งมาก จนเข้าใจเลยว่าทำไมช่างภาพท้องถิ่นถึงยกย่องร้านนี้กันนัก.
เราจัดการกินไซส์ใหญ่จนหมดเกลี้ยงในพริบตาเลยค่ะ 🙂 โอ้โห สุดยอดไปเลยค่ะ.






การถ่ายภาพยามค่ำคืนใน จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ
เราตัดสินใจออกไปถ่ายภาพตอนกลางคืนเพื่อชดเชยผลงานที่ไม่น่าพอใจในช่วงกลางวันค่ะ.
ต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่หน้าสถานี Biei แม้จะเลยวันคริสต์มาสมาแล้ว แต่ก็ยังคงส่องแสงระยิบระยับเข้ากับทิวทัศน์หิมะได้ดีจริงๆ ค่ะ.
จากนั้นก็ไปที่ Shirogane Biruke และ Blue Pond Light Up ซึ่งเป็นโลกแห่งความฝันที่มีบรรยากาศลึกลับและเงียบสงบมากๆ เลยค่ะ.
ท่ามกลางความหนาวเย็นติดลบ การถ่ายภาพแบบ Bulb โดยใช้ร่มบังไม่ให้หิมะโดนเลนส์นั้นไม่ง่ายเลยค่ะ.
แต่การได้บันทึกภาพแสงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั้นสนุกจนลืมเวลาไปเลยค่ะ.
แม้จะเป็นแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่พอมาอยู่กับป่าที่ปกคลุมด้วยหิมะแล้ว มันกลับดูเหมือนเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ.
มันทำให้รู้สึกตื้นตันในใจมากๆ เลยค่ะ 🙂




วันที่ 2: ท้าทายพายุหิมะเพื่อเก็บภาพ ต้นคริสต์มาส
เช้าวันที่สอง มีหิมะตกหนักมากถึง 36 ซม. ใน 12 ชั่วโมง จนรถยนต์แทบจะมองไม่เห็นรูปร่างเลยค่ะ.
เราเริ่มกวาดหิมะตั้งแต่ 6 โมง 20 นาที แล้วมุ่งหน้าไปยังเนิน Shinet.
แต่พายุหิมะที่พัดมาทำให้ทัศนวิสัยแย่มาก จนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นมนุษย์หิมะแล้วค่ะ.
แต่เราคิดว่าวันแบบนี้แหละ คือโอกาสทองที่จะหลีกเลี่ยงฝูงชน.
เลยรีบขับรถไปยัง ต้นคริสต์มาส (Christmas Tree).
ปกติแล้วที่นี่จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและรถยนต์.
แต่ด้วยการเตือนภัยหิมะตกหนักตั้งแต่เช้ามืด ทำให้เราสามารถเก็บภาพความงามอันสง่างามของมันไว้ได้คนเดียวอย่างสมบูรณ์เลยค่ะ.
เราเร่งรีบเดินทางต่อเพื่อตามหาแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่ส่องผ่านเมฆหนาๆ ค่ะ.





การพบปะแขกรับเชิญสุดพิเศษใน จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ
เมื่อขับลงไปทางฟุราโนะ โชคดีที่ฟ้าเปิดเป็นสีฟ้าได้ไม่นาน และเราก็ได้พบกับแขกรับเชิญจากธรรมชาติค่ะ.
เราเจอเจ้ากระรอกฮอกไกโด (Ezo-Risu) กำลังวิ่งวุ่นอยู่ใกล้ๆ ‘ต้นไม้แห่งการมาของฤดูใบไม้ผลิ’ หลังจากผ่านสวน Torinuma มาค่ะ.
เรากลั้นหายใจและกดชัตเตอร์เพื่อจับภาพเจ้าตัวเล็กที่วิ่งผ่านกิ่งไม้ไปอย่างรวดเร็ว.
โชคดีที่มันหยุดให้นิดนึง เราเลยได้ภาพน่ารักๆ มาค่ะ.
แสงอาทิตย์เพียงชั่วขณะที่เราพบระหว่างทางกลับบิเอะ ได้ทอดเงายาวของต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยหิมะ.
มันทำให้ทิวทัศน์ฤดูหนาวของบิเอะดูละเอียดอ่อนและสมบูรณ์แบบมากๆ ค่ะ.
การพบเจอที่ไม่คาดคิดแบบนี้แหละค่ะ ที่ทำให้การถ่ายภาพใน จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ สร้างความประทับใจใหม่ๆ ได้เสมอ.





สิ้นสุดการเดินทาง: ผ่อนคลายที่ออนเซ็นและภาพสุดท้าย
ใกล้กับสะพาน Biman ท้องฟ้าก็เปิดออกในทันที ทำให้เห็นเชิงเขา Tokachidake และ Furano-dake อย่างสง่างามเลยค่ะ.
ลำแสงจากท้องฟ้า (Light pillars) สาดส่องลงมาบนทุ่งหิมะ.
ภาพนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก จนมือที่ถือกล้องอยู่สั่นเลยค่ะ.
เราคลายความเหนื่อยล้าจากการถ่ายภาพที่ออนเซ็น Shirogane Park Hills ซึ่งได้ส่วนลดจากการเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยค่ะ.
ทำให้ร่างกายและจิตใจเราอบอุ่นขึ้นมากๆ.
มื้อเย็นมื้อสุดท้าย เราทานโซบะเซ็ตพร้อมมินิเทนด้งที่ร้าน ‘Tsuruki’ ใกล้ที่พัก.
ได้ลิ้มรสชาติเรียบง่ายของฮอกไกโดอย่างเต็มที่เลยค่ะ.
แม้ว่าต้นเบิร์ชรอบๆ ‘ต้นไม้เซเว่นสตาร์’ จะถูกโค่นไปบ้าง ทำให้ทิวทัศน์เปลี่ยนไปนิดหน่อย.
แต่ฤดูหนาวของบิเอะก็ยังคงทิ้งความประทับใจที่ลึกซึ้งไว้ให้เราอยู่ดีค่ะ.







เช้าวันที่สาม เราได้เดินเล่นในทางเดินต้นเบิร์ชของ Takushinkan ที่ปกติจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์.
แต่เช้านี้เราได้เดินแบบเหมาพื้นที่เลยค่ะ.
เราย่ำลงบนหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมป่าต้นเบิร์ชอันเงียบสงบ.
เป็นการเก็บเกี่ยวบรรยากาศสุดท้ายของบิเอะไว้ในใจ.
ก่อนไปสนามบิน เราแวะที่สวนป่า Kitoushi.
โชคดีมากที่ได้เจอนกฮูกตัวหนึ่งที่เฝ้าต้นไม้อยู่โดยไม่ขยับเลยค่ะ.
แม้จะมีเรื่องตลกที่ตอนแรกดีใจนึกว่าเป็นนกชิมะเอนากะ (นกหางยาวสีขาว) แต่จริงๆ แล้วเป็นนกกอการา (นกกระจิ๊บหัวดำ).
แต่วิวที่งดงามของน้ำตกหนวดขาว (Shirohige Falls) ที่มีแม่น้ำสีฟ้าไหลผ่านทุ่งหิมะ ก็ทำให้ความเสียดายหายไปเลยค่ะ.
การเดินทาง 2 วัน 1 คืน ที่เริ่มต้นด้วยพายุหิมะและจบลงด้วยการพบกับสัตว์ป่าลึกลับนี้.
แม้จะมีแสงอาทิตย์สั้นๆ แต่เราก็ได้สัมผัสสีสันฤดูหนาวที่บริสุทธิ์ของบิเอะได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ.
ทริป จุดถ่ายรูปซัปโปโร บิเอะ 2 วัน 1 คืน พร้อมช่างภาพ นี้ดีงามมากๆ ค่ะ.
🌍 View in other languages
https://matotour.com/?p=5401
https://matotour.com/?p=5397
https://matotour.com/?p=5395
https://matotour.com/?p=5396
https://matotour.com/?p=5398
https://matotour.com/?p=5394