- 🇰🇷 이 포스팅은 한국어로 작성된 후기를 번역기를 통해 번역하였으니 오역이 있을 수 있습니다.
- 🇺🇸 This post was written in Korean and machine-translated, so there may be translation errors.
- 🇯🇵 この記事は韓国語で書かれ、機械翻訳されたため、誤訳の可能性があります。
- 🇹🇭 โพสต์นี้เขียนเป็นภาษาเกาหลีและแปลโดยเครื่องมือแปลภาษา อาจมีข้อผิดพลาดในการแปล
- 🇨🇳 本文用韩语撰写并通过机器翻译,可能存在误译。
- 🇹🇼 本文以韓語撰寫並經機器翻譯,可能會有翻譯錯誤。
- 🇭🇰 本文原以韓文撰寫,經由翻譯軟體翻譯,內容可能會有偏差。
- 🇩🇪 Dieser Beitrag wurde auf Koreanisch verfasst und maschinell übersetzt; Fehler sind möglich.
รีวิวฉบับเต็ม: Kamakura Prince Hotel (คามาคุระ พรินซ์ โฮเทล) พักหรู วิวอลังการ พร้อมมื้ออาหารสุดพรีเมียม
✔️ คามาคุระ พรินซ์ โฮเทล วิวดีจริงไหม เห็นฟูจิซังชัดแค่ไหน?
✔️ การเดินทางไปโรงแรมลำบากหรือไม่ อาหารเช้าเย็นคุ้มค่าไหม?
✔️ โรงแรมอายุเยอะแล้ว สภาพห้องพักยังน่าเข้าพักอยู่หรือเปล่า?
ถ้ากำลังมองหาโรงแรมที่วิวสวยที่สุดในคามาคุระ พร้อมประสบการณ์อาหารฝรั่งเศสสุดประทับใจ ที่นี่คือคำตอบครับ
วิวอลังการจนลืมข้อจำกัดเรื่องอาคารเก่าไปได้เลย
ที่สำคัญคือวิวทะเลที่นี่เป็นแบบพาโนรามา ไม่มีอะไรมาบังแน่นอน
- 📍 ที่ตั้ง: 1-2-1 Shichirigahama-higashi, Kamakura-shi, Kanagawa 248-0025, Japan
- ⏰ เวลา: เช็คอิน 15:00 น. / เช็คเอาท์ 11:00 น. (อาหารเช้า 07:00 – 10:00 น. / อาหารค่ำ 17:30 – 20:30 น.)
- 💸 ราคาเฉลี่ย: ประมาณ 8,000 – 12,500 บาท ต่อคืน (ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและแพ็กเกจ)
- 👍 จุดเด่น: ห้องพักทุกห้องเห็นวิวทะเล พร้อมมองเห็นเกาะเอโนชิมะและภูเขาไฟฟูจิ
- 👎 จุดที่ต้องรู้: อาคารค่อนข้างเก่า ทำให้ดูคลาสสิก/โบราณ และทางลาดชันจากสถานีรถไฟไปยังโรงแรมค่อนข้างชัน
- 💡 ทิปมือโปร: ถ้าอากาศดี แนะนำให้ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ ‘ระเบียงชมวิวทิวทัศน์’ (絶景テラス) บนดาดฟ้า
เมื่อมาถึงคามาคุระ พรินซ์ โฮเทล (Kamakura Prince Hotel) ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่สงบและหรูหราตั้งแต่ทางเข้าเลยครับ
ผมมาถึงเร็วกว่าเวลาเช็คอินเล็กน้อย แต่โชคดีที่พนักงานต้อนรับสามารถพาเข้าห้องพักได้เลย ทำให้มีเวลาพักผ่อนแบบสบายๆ
ทางด้านซ้ายของล็อบบี้มีร้านขายของที่ระลึกของโรงแรมเล็กๆ น้อยๆ จัดวางไว้อย่างน่ารัก
เมื่อเดินไปตามทางเดิน ก็เห็นแผนผังที่แสดงโครงสร้างโดยรวมของโรงแรม
ทางเดินไปยังห้องพักนั้นเงียบสงบและดูแลรักษาความสะอาดได้ดีมาก ทำให้ความประทับใจแรกนั้นดีสุดๆ
ตู้กดอัตโนมัติที่อยู่ข้างลิฟต์ขายเครื่องดื่มในราคาเดียวกับราคาตลาดทั่วไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อแขกที่มาพักจริงๆ ครับ













พอเปิดประตูห้องพักเข้าไปก็เจอพื้นที่กว้างขวางประมาณ 28 ตารางเมตร
ถัดจากเตียงนอนมีโต๊ะเล็กๆ ที่จัดวางปลั๊กไฟสองช่องและตู้เซฟได้อย่างลงตัว ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากๆ
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความเร็วของ Wi-Fi ฟรีในห้องพัก ซึ่งเร็วมากจนสามารถดูวิดีโอสตรีมมิ่งได้อย่างสบาย ไม่มีสะดุดเลยครับ
ภายในตู้เสื้อผ้ามีชุดนอนที่ซักอย่างเรียบร้อย พร้อมชุดกาแฟและชา ซึ่งแสดงถึงบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
ขนาดห้องกว้างพอสมควร ทำให้ผมสามารถกางกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้โดยไม่เกะกะทางเดินเลย









ในที่สุดผมก็เปิดม่านห้องพักออก และภาพที่เห็นคือท้องทะเลสีครามของคามาคุระที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าอย่างสดชื่น
เมื่อเปิดประตูระเบียงเล็กๆ ลมทะเลที่พัดเข้ามาทำให้รู้สึกเหมือนได้มาเที่ยวพักผ่อนจริงๆ จังๆ
ทางด้านขวาจะเห็นเกาะเอโนชิมะและภาพเงาของภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ไกลๆ ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นแนวชายฝั่งที่ทอดยาวไปทางอินามุรากาซากิ ซึ่งเป็นวิวที่สวยงามมาก
ผมนั่งพักผ่อนที่โต๊ะทำงานและมองออกไปนอกหน้าต่างสักครู่ รู้สึกว่าวิวแบบนี้คุ้มค่ากับราคาที่พักแล้วจริงๆ
สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำใช้ผลิตภัณฑ์ Kao Fiesta ที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้
และที่สำคัญที่สุดคือไดร์เป่าผมเป็นยี่ห้อ ReFa ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องสุขภาพผมของแขก ทำให้ผมประทับใจสุดๆ ครับ





ผมตัดสินใจนั่งลิฟต์เอียง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นของโรงแรม เพื่อลงไปที่ชายหาด
ในช่วง 90 วินาทีที่ลิฟต์เคลื่อนที่ลงไปตามทางลาดนั้น ผมเพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ภายนอกได้เป็นอย่างดี
เมื่อเดินออกจากทางเข้า Enomoto ของห้องจัดเลี้ยง ก็จะพบกับทางข้ามทางรถไฟ Enoden ทันที ซึ่งทิวทัศน์นี้เป็นเอกลักษณ์ของคามาคุระมากๆ
ผมเดินเล่นไปตามถนนสาย 134 เลียบชายหาดชิจิริกาฮามะ (Shichirigahama) อย่างช้าๆ และเพลิดเพลินกับเสียงคลื่น
แม้ว่าอุณหภูมิจะต่ำ แต่ท้องฟ้าที่แจ่มใสทำให้ทัศนียภาพโล่งโปร่งตลอดทางเดิน ทำให้รู้สึกสดชื่นทั้งกายและใจครับ




หลังจากนั้น ผมกลับมาที่โรงแรมแล้วขึ้นไปบนระเบียงชมวิวทิวทัศน์ที่อยู่บนดาดฟ้า
เมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง บรรยากาศของอากาศด้านบนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์มาก
การยืนที่ปลายระเบียงแล้วมองดูเส้นขอบฟ้าของอ่าวซางามินั้นให้ความรู้สึกเปิดกว้างอย่างท่วมท้น ซึ่งต่างจากวิวที่เห็นจากห้องพักโดยสิ้นเชิง
ภาพที่เห็นแสงไฟบนเกาะเอโนชิมะค่อยๆ สว่างขึ้นหลังพระอาทิตย์สีแดงจางหายไป เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ของผมเลยครับ
ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าแขกที่มาพักทุกคนควรแวะมาชมพระอาทิตย์ตกดินของคามาคุระที่จุดนี้ให้ได้เลยครับ












เวลา 18:30 น. ผมไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหาร ‘Le Trianon’ ซึ่งเป็นห้องอาหารของโรงแรมที่ได้จองไว้
การจัดโต๊ะที่หรูหราและการตกแต่งด้วยดอกไม้ที่สดใสทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้รับเกียรติเป็นอย่างดี
เริ่มต้นด้วยเบียร์สดเย็นๆ ก่อน จากนั้นคอร์สก็เริ่มต้นอย่างจริงจังด้วย Ris de Veau Meunière ที่มีกลิ่นทรัฟเฟิลหอมๆ
ปลาไท (ปลากะพงแดง) ย่างซึ่งเป็นจานหลักนั้นเข้ากันได้ดีกับซอสนานต์ที่หอมกลิ่นส้มยูซุ มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นราวกับละลายในปาก
ขาไก่ Confit ก็ทำได้ดีมากเช่นกัน ผิวนอกกรอบ แต่เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ ซึ่งบ่งบอกถึงฝีมือของเชฟผู้เชี่ยวชาญ
ปิดท้ายด้วยของหวาน Orange Anglaise เป็นมื้อค่ำที่สมบูรณ์แบบที่น่าประทับใจทั้งรสชาติและบรรยากาศครับ













เช้าวันรุ่งขึ้น ผมลงมาทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ครึ่งรูปแบบตามเวลา 7 โมงเช้าเป๊ะ
การจัดเมนูอาหารเช้านั้นดูดีมาก ตั้งแต่สลัดสดๆ ซุปมิโซะสไตล์ญี่ปุ่น ไปจนถึงเบคอนและไส้กรอกสไตล์ตะวันตก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ออมเล็ตและข้าวห่อไข่ (Omurice) ที่เสิร์ฟแบบ Table Service ทำออกมาใหม่ๆ ทำให้รสชาตินุ่มละมุนและอบอุ่นเป็นพิเศษ
เมื่อทานคู่กับชิราสุ (ปลาข้าวสาร) และอาซาริ (หอยตลับ) ต้มซีอิ๊ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของคามาคุระ ก็ยิ่งทำให้รสชาติของท้องถิ่นชัดเจนมากขึ้น
ผมรู้สึกว่าที่นี่เน้นคุณภาพของอาหารแต่ละจานมากกว่าจำนวน ทำให้ผมอิ่มอร่อยและเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างมีความสุข
ปิดท้ายมื้อเช้าอันแสนผ่อนคลายด้วยคัสตาร์ดเดนิชอบใหม่ๆ พร้อมกาแฟหอมกรุ่นหนึ่งแก้วครับ
🌍 View in other languages
https://matotour.com/?p=2244
https://matotour.com/?p=2245
https://matotour.com/?p=2246
https://matotour.com/?p=2247
https://matotour.com/?p=2248
https://matotour.com/?p=2252
https://matotour.com/?p=2253